การเตรียมตัวสอบกรมบังคับคดี

คำแนะนำในการสอบกรมบังคับคดี
กรมบังคับคดี ( Legal Execution Department ) เป็นกรมสังกัดกระทรวงยุติธรรม มีอำนาจหน้าที่บังคับคดีแพ่งและคดีล้มละลาย ตลอดจนวางทรัพย์ทั่วประเทศ
ในการสอบเข้ากรมบังคับคดี การสอบบรรจุเข้ารับราชการผู้เข้าสอบจะต้องเป็นผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ของสำนักงาน ก.พ. ก่อน แต่ถ้าสอบเป็นพนักงานราชการไม่ต้องใช้ใบสอบผ่านภาค ก ของ ก.พ. การสอบเข้ากรมบังคับคดี จะมีการประเมินสมรรถนะอยู่ 2 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 โดยการสอบข้อเขียน ครั้งที่ 2 โดยการสัมภาษณ์ และจะต้องผ่านการประเมินสมรรถนะครั้งที่ 1 โดยวิธีการสอบข้อเขียนก่อนและเมื่อผ่านการประเมินสรรถนะครั้งที่ 1 แล้ว จึงจะมีสิทธิ์เข้ารับการประเมินสมรรถนะครั้งที่ 2 โดยวิธีสอบสัมภาษณ์ ทั้งนี้จะต้องได้คะแนนสอบข้อเขียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60


1
2
3

การเตรียมตัวสอบ
ก่อนจะไปสอบต้องดูในระเบียบว่าสอบอะไรบ้าง ซึ่งประกาศไว้ดังนี้
1.กฎหมายล้มละลาย
2.กฎหมายวิธิพิจารณาความแพ่งภาคบังคับคดี
3.กฎหมายลักษณะพยาน
4.กฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ในส่วนการสอบวิชาเฉพาะตำแหน่ง ควรอ่านให้มากๆ ศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิชาตำแหน่งให้ดี ข้อสอบจะเป็นระเบียบข้อกฏหมาย วิชากฎหมายก็อ่านฉบับเต็ม ท่องให้ได้ทุกมาตราอย่าไปอ่านเเต่ช้อย มันไม่ตรงนัก ฝึกลองวิเคราะห์ข้อสอบ หาปากกาเน้นข้อความมาขีดเพื่อจำง่าย แล้วสรุป หรือท่องให้ได้ ฝึกทำข้อสอบเก่า โดยเฉพาะในเรื่องที่เป็นจุดบกพร่องของเราทำซ้ำๆจนเข้าใจ
ควรอ่านเนื้อหาที่จะออกสอบในประกาศ และดูเวลาว่าเหลือเวลากี่วันที่จะต้องสอบ และนำเนื้อหาการสอบมาทำความเข้าใจว่าแต่ละเรื่องเกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง ค้นหาเนื้อหาแต่ละเนื้อหารวบรวมทุกสิ่งอย่างที่คิดว่าเกี่ยวข้องและจำเป็น แล้วแยกใส่ในแฟ้มงานเป็นหมวดๆ เมื่อได้เนื้อหาครบหมดแล้ววิเคราะห์ว่าแต่ละเนื้อหาใช้เวลาในการอ่านเท่าไหร่ แล้วนำผลรวมออกมาเทียบกับเวลาที่เรามีในการเตรียมตัวสอบ จากนั้นนำเวลามาถัวเฉลี่ย ให้ความหนักเบากับวิชาที่จะสอบ ว่าวิชาไหนเรื่องไหนใช้เวลาเท่าไหร่ แล้วจัดทำตารางการอ่านหนังสือเป็นช่วงเวลาอาจจะแบ่งเป็นต่อสัปดาห์ หรือ 2 สัปดาห์ แล้วนำมาแปะไว้ที่ไหนก็ได้ที่เราสังเกตเห็นได้ชัด ในการอ่านแต่ละวิชาควรอ่านอย่างน้อย 2 รอบ รอบแรกเป็นการอ่านรวมๆ เพื่อหาว่าจุดไหนสำคัญบ้างให้นำปากกาเน้นคำ Mark ไว้ รอบที่สอง จดบันทึกสิ่งที่เรา Mark ไว้ สรุปเป็นภาษาของเราเองเพื่อเอาไว้อ่านก่อนสอบ 1 วัน และก่อนนอนนั่งสมาธิอย่างน้อย 5 นาที สวดมนต์ด้วยก็ยิ่งดี นอกจากนี้ควรศึกษาเส้นทางการสอบ ห้องสอบให้ดี พอถึงสนามสอบให้ตรวจดูห้องสอบหรือนั่งหน้าห้องสอบรอเลยก็ได้ เพื่อป้องกันความกังวลใจ หรือเรื่องรบกวนใจ เมื่อใกล้จะสอบควรงดการพูดจาเรื่อยเปื่อย คุยสนุกเรื่องอื่น กับเพื่อนที่ร่วมสอบ หรือใครก็ตามอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อป้องกันสมองไปจำอย่างอื่น ให้คิดแต่เรื่องสอบอย่างเดียว

นอกจากนี้ควรหาความรู้เกี่ยวกับหน่วยงานด้วย เช่น ประวัติ วิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยม ผู้บริหาร หน้าที่ความรับผิดชอบ โดยการหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต และความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการเมือง เศรษฐกิจ สังคม
นอกจากวิชาการที่ต้องใช้ตามวุฒิที่จะรับแล้ว ยังต้องทำการบ้านด้วยว่าหน่วยงานนั้นมีการแบ่งองค์กรยังไง ผู้บริหารเป็นใครในแต่ละระดับ แต่ละส่วนขององค์กรทำงานอะไร มีหน้าที่อะไร ตำแหน่งที่เราจะบรรจุมีหน้าที่อะไร ไปที่หน่วยงานนั้น ถ้ามีห้องสมุดหรือเอกสารเผยแพร่ควรไปอ่านให้หมด ปัจจุบันมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานหรือตำแหน่งที่จะทำหรือไม่ อย่างไร
ส่วนในการสอบสัมภาษณ์เป็นการสอบด้วยการสนทนาหรือพูดคุยกัน ดังนั้นผู้เข้าสอบควรจะทบทวนเตรียมความรู้หรือข้อมูลในส่วนที่เป็นวิชาการหรือเนื้อหาต่าง ๆ ที่ได้เตรียมไว้แล้วในการเตรียมตัวเข้าสอบข้อเขียน ซึ่งอาจจะใช้เวลาครั้งละ 10 – 30 นาที แล้วแต่กรณี หรืออาจกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า การเตรียมตัวเข้ารับการสอบสัมภาษณ์จำเป็นต้องทบทวนความรู้ และข้อมูลบางประการมิใช่เข้าสอบโดยมิได้ทบทวนความรู้หรือข้อมูลอะไรเลย การสัมภาษณ์เป็นการพูดคุยกัน ไม่ต้องเครียด ต้องแสดงความจริงใจ อย่าเสแสร้ง กรรมการจะดูกริยา ลักษณะการพูดจาเป็นว่าเป็นอย่างไรบ้าง เนียมไม่เนียม สำคัญจุดแรกที่กรรมการจะพิจารณาคือการแต่งกายของผู้เข้าสัมภาษณ์ ดูดี สะอาด ผมรัดผูกให้สวยงาม แต่งหน้าแต่พองาม พูดให้เป็นธรรมชาติที่สุด อย่าพาใครไปเป็นเพื่อน
ในการสัมภาษณ์ควรทำใจให้สบาย ตอบคำถามแบบธรรมขาติ เป็นตัวของตัวเอง โดยส่วนใหญ่กรรมการจะถามคำถามต่อไปนี้ คือ 1. ให้แนะนำตัวเอง 2.เหตุผลในการตัดสินใจเข้ารับราชการ 3. เล่าถึงประสบการณ์ในการทำงาน

วิชาที่ใช้สอบเป็นพนักงานราชการ มีดังนี้คือ
การประเมินครั้งที่ 1 โดยวิธีสอบข้อเขียน (100 คะแนน)
- ความรู้ทั่วไป ได้แก่ คณิตศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ
- ความรู้ความสามารถเกี่ยวกับลักษณะงานที่ปฏิบัติ
การประเมินครั้งที่ 2 (ความพร้อมในการปฏิบัติงาน) โดยการสอบสัมภาษณ์ (100 คะแนน)
พิจารณาจากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทํางาน ประสบการณ์ที่เหมาะสมกับตำแหน่ง การมีมนุษย์สัมพันธ์ ความสามารถในการปรับตัวเข้ากับผู้อื่น ท่วงที วาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ
มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และจรรยาบรรณ

วิชาที่ใช้สอบเป็นข้าราชการ มีดังนี้คือ
1. ความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง ( 200 คะแนน )
2. การสอบสัมภาษณ์ ( 100 คะแนน ) เป็นการทดสอบเพื่อวัดความเหมาะสมกับตําแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้งโดยวิธีการสัมภาษณ์หรือวิธีอื่นเพื่อประเมินความเหมาะสมกับตําแหน่งจากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทํางานประสบการณ์ ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติการปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงาน สังคมและสิ่งแวดล้อม ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ปฏิภาณไหวพริบ บุคลิกภาพและพฤติกรรมของผู้สอบแข่งขันเพื่อให้ได้บุคคลที่มีคุณธรรม จริยธรรม ความรู้ความสามารถ ทักษะ สมรรถนะ และอื่นๆ ที่จําเป็นสําหรับตําแหน่ง
ทั้งนี้ กําหนดให้ผู้สมัครสอบ ต้องสอบความรู้ความสามารถเฉพาะตําแหน่งก่อนผ่านก่อน โดยมีคะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 จึงจะมีสิทธิเข้าสอบภาคความเหมาะสมกับตําแหน่ง

ตัวอย่างข้อสอบของกรมบังคับคดี
ตำแหน่งนิติกร จะเป็นข้อสอบเกี่ยวกับอำนาจของ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ หลังศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และอำนาจในการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ผู้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และถามอีกอันว่า โจทก์ผู้ฟ้องคดีล้มละลายต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้อีกหรือไม่ อีกข้อ เป็นข้อสอบตุ๊กตา ถามเกี่ยวกับการขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลาย มีสามข้อย่อย น่าจะเป็นประเด็นเกี่ยวกับหนี้ที่ขอรับชำระให้คดีล้มละลายได้ และ ระยะเวลายื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลาย อีกข้อ เป็นวิแพ่งบังคับคดี เกี่ยวกับประเด็นว่าทรัพย์สินใดบ้างที่จะถูกบังคับคดี มีประเด็นเรื่องสินสมรสด้วย
อีกข้อ เป็นเรื่องไม่บังคับคดีภายในกำหนดเวลา 10 ปี + ขอไถ่ถอนจำนองเมื่อพ้นเวลาบังคับคดี + ดอกเบี้ยไถ่ถอน และเรื่องการวางทรัพย์
ตำแหน่งนักวิชาการเงินและบัญชี ข้อสอบไม่ยาก แต่ออกทุกเรื่องของบัญชี.
ข้อ 1. ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดแล้วจะมีผล
ก. เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้อย่างไร
ข. ลูกหนี้มีอำนาจเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้อย่างไร
ค. เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์จะขอรับชำระหนี้อย่างไร
ข้อ 2. ศาลล้มละลายพิพากษาให้นายเขียวล้มละลายเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2552 และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้โฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ในราชกิจจานุเบกษาและหนังสือพิมพ์รายวัน “สยามรัฐ” เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2552
ก. นายแดงเจ้าหนี้ ขอรับชำระหนี้โดยให้โอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินคืนให้แก่ตน หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคา เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2552

ข. นายชมพูเจ้าหนี้ ขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้สัญญา-ู้ยืมจำนวน 250,000 บาท เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2552

ค. ธนาคารเงินจำกัด ขอรับชำรับหนี้ในมูลหนี้ซื้อขายลดตั๋วเงิน จำนวน 1,2500,000 บาท เมื่อวันที่ 1พฤษภาคม 2552
ดังนี้ ถ้าท่านเป็นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ท่านจะพิจารณาคำขอรับชำระหนี้ของนายแดง นายชมพู ธนาคารเงิน จำกัด อย่างไร เพราะเหตุใด
ข้อ 3. นายบีโจกท์ตามคำพิพากษาได้ำดำเนินการบังคับคดีและได้แถลงต่อศาลว่านายเอไม่มีทรัพย์สินอย่างใดที่จะบังคับคดีได้ แต่นายเอมีนาง จ. เป็นภริยา นาง จ. มีรถยนต์ 1 คันและเงินเดือน เดือนละ 50,000 บาท รถยนต์คันดังกล่าวได้มาระหว่างสมรส โจทก์ตามคำพิพากษาจึงแถลงต่อศาลดังนี้
ก. ยึดรถยนต์คันดังกล่าวขายทอดตลาดนำเงินที่ได้มาชำระหนี้
ข. อายัดเงินเดือนของนาง จ. ไว้ที่บริษัท ก. ร้อยละ 30 ของค่าจ้างแต่ละเดือน
ดังนี้ถ้าท่านเป็นเจ้าพนักงานพิทักษทรัพย์ท่านจะดำเนินการตามคำแถลงทั้งสองของโจทก์หรือไม่ อย่างไร
ข้อ 4. เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา มีนา ก. และนาย ข. เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้ให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของนาย ก. ออกขายทอดตลาด เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์ของนาย ก.และมีนาย ค. เป็นผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดแต่ไม่ชำระเงินให้ครบถ้วน เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงได้ดำเนินการขายทอดตลาดครั้งใหม่
ก. เจ้าพนักงานบังคับคดีต้องประกาศแจ้งการขายทอดตลาดครั้งใหม่ให้บุคคลผู้มีส่วนได้เสียคนใดบ้างทราบ
ข. บุคคลผู้มีส่วนได้เสียในการขายทอดตลาดเห็นว่าการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบัคับคดีมิได้เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย ใครบ้างที่จะเป็นผู้มีสิทธิร้องขอต่อศาลให้เพิกถอนการขายทอดตลาด
ข้อ 5. นายบีนำที่ดินของตนไปจำนองหนี้เงิน-ของตนต่อนายเอ โดยจำนองเป็นเงิน 245,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 12 ต่อปี ต่อมานายบีไม่ชำระหนี้ นายเอจึงฟ้องศาล ศาลพิพากษาให้นายเอชนะคดี แต่นายเอไม่บังคับคดีภายใน 10 ปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษา หลังจากนั้นนายบีได้ไปชำระหนี้จำนองเพื่อไถ่ถอนจำนองจำนวน 245,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 12 ต่อปี ในจำนวน 5 ปี แต่นาย เอ ปฏิเสธไม่ยอมรับและอ้างว่ายายบี ต้องชำระดอกเบี้ยตามคำพิพากษาจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จ นายบีไม่แน่ใจในข้อกฎหมายจึงมาปรึกษาท่าน นิติกร กรมบังคับคดี ดังนี้
ก. นายบีต้องจะต้องชำระดอกเบี้ยจำนองให้แก่นายเอตามคำพิพากษาตามที่นายเออ้าง หรือตามที่ตนเสนอชำระ
ข. นายบีจะวางทรัพย์ได้หรือไม่ และผลทางกฎหมายจะเป็นอย่างไร

รายละเอียดวิชาที่สอบ
เจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี
1 ความรู้เกี่ยวกับกรมบังคับคดี
2 สาระสำคัญของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ.2547
3 สรุปสาระสำคัญระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
5 แนวข้อสอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547
6 แนวข้อสอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และแก้ไขเพิ่มเติม
7 แนวข้อสอบระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลัง การเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลัง พ.ศ. 2551
8 แนวข้อสอบ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551
9 การดำเนินคดีล้มละลาย
10 หลักการบัญชีเบื้องต้น
11 แนวข้อสอบการบัญชีเบื้องต้น
12 เทคนิคการสอบสัมภาษณ์

สั่งซื้อหนังสือที่
Line ID : testdd9
โทร : 062-1958505

เฟต : www.facebook.com/1756331361278816
ดาวน์โหลดข้อสอบที่ www.งานราชการไทย.com/

ตำแหน่งที่สอบ
เจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี
เจ้าหน้าที่ธุรการ
ช่างไฟฟ้า
นักจัดการงานทั่วไป
นักวิชาการเงินและบัญชี
นิติกรปฏิบัติการ
พนักงานเดินหมาย


ผลงานลูกค้าที่สั่งซื้อหนังสือ

กรมบังคับคดี

กรมบังคับคดี